Bangkok Mini Maker Faire 2015

Maker Faire คือ งานรวมพลนักประดิษฐ์ ที่จัดทั่วโลก งาน Bangkok Mini Maker Faire ที่สยามสแควร์ ครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทย         ฮิตสุดของวงการ maker เวลานี้คงเป็น 3D printer ซึ่งช่วยให้ทำ Prototype ได้เร็วและถูกมาก มีผู้นำเข้ามาออกร้านกันหลายเจ้าเลยในงานนี้ และพวก Drone ที่บินได้ นอกนั้นก็น่าจะเป็น IoT หรือ Internet of Thing ซึ่งมีคนไทยมาเปิดตัว Server IoT ในงานนี้หลายเจ้าเลย สิ่งประดิษฐ์ไม่น้อยเลยในงานนี้ที่ใช้ Arduino และ RaspberryPi เป็นตัวควบคุม ถือได้ว่าบ้านเราก็ไม่น้อยหน้าในวงการนี้ มี DAC ของบ้านเรา ที่ทำงานด้วย Raspberry Pi ซึ่งเคยเป็นโครงงานใน Kickstarter.com (Durio Sound) มาแสดงด้วย พวก … Continue reading Bangkok Mini Maker Faire 2015

ประวัติศาสตร์ไทยยุครัฐนิยม

ประวัติศาสตร์ไทยยุคร่วมสมัย เป็นประวัติศาสตร์ไทย ที่เรารู้น้อยที่สุด เพราะตัวละครและลูกหลานของตัวละครหลายๆ ตัวยังมีชีวิตและอำนาจวาสนาในบ้านเมืองอยู่ ทำให้ไม่สามารถพูดถึงแบบตรงไปตรงมาได้ หรือบางทีผู้ชนะก็ต้องการลบผู้แพ้ออกจากความทรงจำของพลเมืองให้สิ้นซาก ฯลฯ ประวัติศาสตร์ยุครัฐนิยมก็เป็นหนึ่งในนั้น ทั้งที่มันผ่านมาไม่ถึงร้อยปี แต่คนไทยกลับรู้จักมันน้อยมากกว่าสุโขทัยหรืออยุธยามาก งานสัมมนา ไทยสร้างไทย ยุคพิบูลสงคราม ที่จัดโดยมติชนอคาเดมี  (17 กย 58) จึงเป็นโอกาสดี ที่จะได้เข้าถึงประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัยอีกตอนหนึ่ง งานนี้บรรยายโดยอ.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ Takeaways จอมพล ป. รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็เริ่มต้นด้วยการกำจัดศัตรูทางการเมือง (ฝ่ายคณะเจ้า) ทันที ยิงเป้าไป 8 คน อีกส่วนหนึ่งส่งไปอยู่ตะรุเตา ถอดบรรดาศักดิ์กรมหลวงชัยนาท เป็นต้น (ก่อนหน้านี้ ป.เองก็ต้องรบกับฝ่ายนิยมเจ้าในกบฎบวรเดช) ป.เรียกร้องดินแดนคืนจากฝรั่งเศส ทำให้ได้คะแนนนิยมจากประชาชนมาก พอดีฝรั่งเศสพ่ายแพ้เยอรมัน และญี่ปุ่นบุกอินโดจีน ไทยก็เลยได้ดินแดนส่วนหนึ่งจากเขมรคืนมาสมใจ (ในส่วนนี้รวมถึงเขาวิหารด้วย) ป.ดำเนินนโยบายนิยมไทย ต่อต้านคนจีน สร้างความเป็นชาติไทย (แบบทันสมัย) ขึ้นมาใหม่ เช่น ต้องสวมหมวก เลิกใช้เลขอารบิก เป็นต้น มีหลวงวิจิตรวาทการ คอยทำละครอิงประวัติศาสตร์ขึ้นมาปลุกกระแสชาตินิยม เช่น เลือดสุพรรณ … Continue reading ประวัติศาสตร์ไทยยุครัฐนิยม

ปรับไม้

ไม้ที่เราซื้อมามักจะไม่ได้ฉากร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะการสูญเสียน้ำ ทำให้ไม้มีแรงเครียดภายใน เราจึงมักต้องทำการปรับไม้ ก่อนนำไปใช้งาน อุปกรณ์สำหรับปรับไม้ก็คือ กบไสไม้ และเหล็กฉาก ซึ่งถ้าไม้เอียงมากๆ อาจต้องใช้กบล้างก่อน แล้วตามเก็บรายละเอียดด้วยกบผิว แต่ยังไม่ต้องใช้กระดาษทรายก็ได้ เพราะยังไม่ใช่ขั้นตอนสุดท้าย ผมชอบกบเหล็กมากกว่ากบไม้ เพราะกบไม้ใส่มีดยาก (ฉิบหาย) เวลาไสต้องไสตามแนวเสี้ยน อย่างย้อน เพราะผิวจะไม่เรียบ เมื่อไสถึงปลายทางต้องระวังไม่ให้กบตก เพราะจะกินเนื้อไม้มากเกินไป การไสที่ดีต้องได้ขี้เลี่อยที่ค่อนข้างบาง เพราะแสดงว่ากินเนื้อไม้ทีละนิด ไสให้ครบทั้งหกด้านของไม้ การปรับไม้เป็นขั้นตอนแรกสุดของการทำงานไม้ แต่กลับไม่ใช่งานที่ง่ายเลยที่จะไสให้ได้ฉากทั้งหกด้านจริงๆ โดยใช้ Hand Tools จะว่าไปแล้วงานไม้เป็นอะไรที่กลับตาลปัตร เพราะเริ่มต้นด้วย Hand Tools แต่ Hand Tools ยากกว่า Power Tools เป็นไหนๆ ถ้าเป็นไปได้ ซื้อไม้ที่ไสมาให้แล้ว ก็จะช่วยทุ่นแรงเราได้เยอะ

ไปเดินชิกๆ ที่ Art Box

ได้ข่าวว่า กระแส Fleamarket กำลังมาไทย เลยต้องขอแว๊บไปเดินดู Art Box ข้างตลาดหลักทรัพย์ฯ สักหน่อย   ตกใจที่เกินครึ่งของร้านค้าเป็นร้านขาย “อาหาร” ซึ่งสอดคล้องกับข้อสังเกตของผมในเวลานี้ว่า “ของกิน” กลายเป็นจุดศูนย์กลางของกิจกรรมแทบทุกอย่างของคนสมัยใหม่ไปแล้ว ไม่ว่าเป็นเหตุผลในการไปห้างฯ การท่องเที่ยวก็มีการไปชิมเป็นไฮไลท์สำคัญ งานอดิเรกที่มาแรงก็คือการทำอาหาร และภาพถ่ายในอินสตาแกรม  อาหารส่วนใหญ่ที่มาขายออกแนวชีสๆ ทอดๆ หรือไม่ก็ซีฟู้ด เป็นส่วนใหญ่ ส่วนกิจกรรมอื่นๆ ก็มีการแสดงดนตรี สิ่งที่ผมอยากเห็นใน Fleamarket จริงๆ คือ สินค้าจำพวกงาน Handmade งานศิลปะ งาน Crafts แบบที่พวกฝรั่งเค้าชอบทำกัน แต่กลับไม่ค่อยมีในงานนี้เลย สินค้าอย่างอื่นที่มาขายในงานนี้ เช่น พวกเสื้อผ้า ดูเป็นของธรรมดาๆ ที่สามารถหาได้ที่ตลาดนัดอื่นๆ อาจเป็นเพราะคนทำงาน Handmade ขายในกทม.จริงๆ ยังมีน้อย ที่มีศักยภาพพอที่จะมาออกร้านได้จึงมีไม่พอ ผมว่าสินค้าแนว Art&Crafts ที่ถนนคนเดิน หน้าวัดพระสิงห์ ที่เชียงใหม่น่าเดินกว่าเยอะ รวมๆ แล้วงานนี้ ถ้าไปเดินขำๆ หาของกินก็โอเคอยู่ … Continue reading ไปเดินชิกๆ ที่ Art Box

Carole Marine – The Daily Painter

ช่วงนี้กลับมาหัดวาดภาพสีน้ำมันใหม่แบบหัดเองที่บ้าน ซึ่งผมก็ยังไม่สามารถพอที่จะวาดขึ้นเองทั้งหมดตั้งแต่ต้นได้ในเวลานี้ เลยต้องหารูปต้นแบบมาหัดวาดเลียนแบบไปก่อน มาเจองานของ Carole Marine ซึ่งดูไม่ซับซ้อน แต่สวยมาก ชอบมาก เลยเอามาเป็นต้นแบบ Carole Marine ก็เหมือนคนที่อยากเป็นจิตรกรทั่วไปที่ตอนเด็กไม่ชอบเรียนวิชาอะไรเลยนอกจากศิลปะ ก็เลยเรียนต่อทางจิตรกรรม ซึ่งก็ไม่สนุกอยู่ดี เพราะที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอนอะไรที่สร้างแรงบันดาลใจเท่าไร พบจบมาชีวิตก็จึงบัดซบอยู่พักใหญ่ ฝากขายงานกับ Gallery ก็โดนเอาเปรียบมาก เพราะไม่มีชื่อเสียง สุดท้ายพอชีวิตเธอลงเหวมากๆ ถึงจุดหนึ่งเธอก็ลุกขึ้นมาสู้ใหม่ เธอเชื่อเรื่องการวาดทุกวัน จึงเขียนบล็อกขึ้นมา แล้วก็โพสต์ภาพที่วาดทุกวัน ชวนคนอื่นๆ ให้ลุกขึ้นมาวัดภาพทุกวันบ้าง ใช้เวลานานเหมือนกัน จนเธอมีแฟนๆ กลุ่มหนึ่ง และเริ่มขายภาพทางบล็อกได้ ทุกวันนี้เธอสามารถขายภาพทางเน็ตให้อยู่ได้แล้ว โดยสามีของเธอช่วยสร้างเว็บสำหรับซื้อขายภาพขึ้นมาชื่อ DailyPaintWorks.com เขียนหนังสือ DailyPainters และมีคอร์สสอนวาดภาพสีน้ำมันเป็นระยะๆ ผมถือว่าเธอเป็นคนที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่งนะ แม้ว่าเธอจะไม่ได้เป็นจิตรกรที่มีชื่อเสียง แต่อย่างน้อยเธอก็ได้ทำอาชีพที่เธอรัก และมีความ Realistic มากพอที่จะทำให้มันเป็นธุรกิจที่ทำให้เธอสามารถเลี้ยงตัวเองได้จริง บางทีเธออาจจะประสบความสำเร็จมากกว่าคนที่หาเงินได้มากกว่าเธอ แต่ต้องทำงานในสิ่งที่ไม่ได้ชอบแม้แต่น้อย   

ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ

ดูเรื่องนี้แล้วทำให้เห็นได้ว่าคนทำงาน ฟรีแลนซ์ ต้องวนเวียนอยู่ในลูปอีกแบบหนึ่งที่ออกมาไม่ได้เหมือนกัน เป็นลูปที่อาจจะมีข้อดีตรงที่ได้ทำงานที่รัก ทำให้ไม่ต้องไปเที่ยวก็ได้ เพราะหาความสุขความภูมิใจได้จากงานที่ทำเลย แต่ข้อเสียคือด้านอื่นๆ ในชีวิตทุกด้านมันแย่หมด ทั้งสุขภาพ เพื่อนฝูง ความรัก ครอบครัว และรวมถึงการเงินด้วย ถ้าจะออกจากลูปนี้ ก็ทำไม่ได้ จะไปเที่ยวก็ไม่มีเพื่อนไปด้วย พักผ่อนมากขึ้นงานก็ไม่เสร็จ หรือเสร็จก็ไม่ดีเลิศเหมือนเดิม ทำให้งานหลุดมือ สุดท้ายแล้วไม่มีงานก็อยู่ไม่ได้ ก็เลยต้องเลือกว่าจะกลับไปเป็นฟรีแลนซ์ทึกๆ ต่อไป หรือละทิ้งตัวตนทั้งหมด แล้วกลับไปทำตัวแบบชาวบ้านธรรมดา ไม่มีนะครับ Work-Life Balance สำหรับการทำงานเป็นฟรีแลนซ์ มันเป็นแค่ B*llshit ของพวกโลกสวย สุดท้ายแล้วทุกอย่างมันต้อง Trade-off ทั้งนั้น แค่ใครอยากจะเลือกอะไร และยอมแลกมันด้วยอะไรเท่านั้นเอง มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ   

แหล่งหาซื้อไม้

เหตุผลอย่างหนึ่งที่ทำให้คนไม่เริ่มต้นทำงานไม้แม้ว่าจะอยากทำ อาจเป็นเพราะการหาวัตถุดิบก็ได้ แหล่งซื้อไม้เพื่อทำงานไม้ที่เป็นที่รู้จักคือ บางโพ ซึ่งผมลองไปแล้วพบว่าไปยาก (ไกลบ้าน) สุดท้ายแล้วผมสังเกตเห็นว่าทั่วกทม.ก็มีร้านไม้แบบเดียวกับบางโพนั่นแหละ แต่อยู่กระจัดกระจายไม่ได้รวมกันเป็นย่าน ลองมองหาร้านไม้ที่มีหน้าตาคล้ายรูปข้างบนแถวบ้านคุณก็ได้ ไม่จำเป็นต้องไปบางโพหรอก ร้านไม้ส่วนใหญ่ขายอย่างเดียว ไม่ได้ตัดให้เรา (บางโพก็เหมือนกัน) และส่วนใหญ่ไม้จะขายเป็นแผ่นที่ใหญ่หรือท่อนที่ยาวมากๆ ไม่ตัดก็ขนไปไม่ไหว บางทีเราต้องขอให้เขาส่งไปตัดที่ร้านอื่นให้เราอีกที แต่ผมพบว่าบางร้านก็ตัดให้เราได้ เพียงแต่เขาไม่ได้ตัดให้ลูกค้าเป็นปกติเท่านั้น ลองถามร้านดูครับว่าจะตัดให้ด้วยได้รึเปล่า (อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมบ้าง)​ ยิ่งถ้าไสให้ด้วยจะยิ่งดี ไม่งั้นเราจะต้องไปไสให้เรียบเองอีกที ถ้าจะลองครั้งแรก ผมว่าลองถามร้านดูดีกว่าว่ามีเศษไม้เหลือตัดขายมั้ย เพราะจะได้ไม่ต้องซื้อเยอะๆ เอาไว้มีโปรเจ็คเป็นเรื่องเป็นราวแล้วค่อยซื้อยกแผ่น ไม้สำหรับทำงานไม้ควรเป็นไม้จริง และเป็นไม้เนื้ออ่อน ซึ่งมีให้เลือกหลายชนิดมาก แบบที่ฮิตๆ กัน ก็ไม้สน (แบบพวกร้านกาแฟสวยๆ)​ หรือไม้วอลนัท ไม้สัก เป็นต้น หรือมิฉะนั้นจะใช้ไม้ MDF ทำงานไม้ก็ไม่ผิดกติกาครับ ถ้าจะหาเศษไม้เก่า ต้องไปซื้อที่อยุธยา (ผมยังไม่เคยไป) หรือถ้าอยากได้พวกไม้พาเลทไปทำเฟอร์นิเจอร์แนวๆ ก็ต้องไปแถวถนนเชื้อเพลิงครับ