Project 13 : Painting Hanger DIY

Oil paintings can take month to dry completely. It’s a time and space-consuming process.  So, I had to build this painting hanger.

To make it really work for you, it should be able to hold as many paintings as the first one is completely dry before it runs out of space.

I chose to mitre joints them together which is not very strong. As such, I installed dowels to reinforce them.

This thing does help me save a lot of space in my cluttered room.

Share

Project 4 – Japanese Toolbox

I made this Japanese-style toolbox just to store chisels in my own shop.

The most interesting thing about this type of box is the way the lid is being secured. Japanese people creatively came up with a latch mechanism   to lock the lid with the caress nicely. I was so fascinated by it on the first time  I saw.

Watch the video below to see how it work.

Share

Carole Marine – The Daily Painter

ช่วงนี้กลับมาหัดวาดภาพสีน้ำมันใหม่แบบหัดเองที่บ้าน ซึ่งผมก็ยังไม่สามารถพอที่จะวาดขึ้นเองทั้งหมดตั้งแต่ต้นได้ในเวลานี้ เลยต้องหารูปต้นแบบมาหัดวาดเลียนแบบไปก่อน มาเจองานของ Carole Marine ซึ่งดูไม่ซับซ้อน แต่สวยมาก ชอบมาก เลยเอามาเป็นต้นแบบ

Carole Marine ก็เหมือนคนที่อยากเป็นจิตรกรทั่วไปที่ตอนเด็กไม่ชอบเรียนวิชาอะไรเลยนอกจากศิลปะ ก็เลยเรียนต่อทางจิตรกรรม ซึ่งก็ไม่สนุกอยู่ดี เพราะที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอนอะไรที่สร้างแรงบันดาลใจเท่าไร พบจบมาชีวิตก็จึงบัดซบอยู่พักใหญ่ ฝากขายงานกับ Gallery ก็โดนเอาเปรียบมาก เพราะไม่มีชื่อเสียง

สุดท้ายพอชีวิตเธอลงเหวมากๆ ถึงจุดหนึ่งเธอก็ลุกขึ้นมาสู้ใหม่ เธอเชื่อเรื่องการวาดทุกวัน จึงเขียนบล็อกขึ้นมา แล้วก็โพสต์ภาพที่วาดทุกวัน ชวนคนอื่นๆ ให้ลุกขึ้นมาวัดภาพทุกวันบ้าง ใช้เวลานานเหมือนกัน จนเธอมีแฟนๆ กลุ่มหนึ่ง และเริ่มขายภาพทางบล็อกได้

ทุกวันนี้เธอสามารถขายภาพทางเน็ตให้อยู่ได้แล้ว โดยสามีของเธอช่วยสร้างเว็บสำหรับซื้อขายภาพขึ้นมาชื่อ DailyPaintWorks.com เขียนหนังสือ DailyPainters และมีคอร์สสอนวาดภาพสีน้ำมันเป็นระยะๆ

ผมถือว่าเธอเป็นคนที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่งนะ แม้ว่าเธอจะไม่ได้เป็นจิตรกรที่มีชื่อเสียง แต่อย่างน้อยเธอก็ได้ทำอาชีพที่เธอรัก และมีความ Realistic มากพอที่จะทำให้มันเป็นธุรกิจที่ทำให้เธอสามารถเลี้ยงตัวเองได้จริง บางทีเธออาจจะประสบความสำเร็จมากกว่าคนที่หาเงินได้มากกว่าเธอ แต่ต้องทำงานในสิ่งที่ไม่ได้ชอบแม้แต่น้อย   

Share

มองวงการจิตรกรรม

ในบรรดาศิลปะดั่งเดิมทุกแขนง ผมว่าจิตรกรรมเป็นแขนงที่อาภัพมากที่สุด

จิตรกรรมเป็นภาพนิ่ง ไม่เหมาะกับการเสพโดยคนสมัยใหม่ ให้ยืนดูภาพนิ่ง อย่างมากก็หนึ่งนาที แล้วจะทำให้อะไรต่อ ไม่เหมือนศิลปะอย่างดนตรีกรรม หรือวรรณกรรม ที่เคลื่อนไหลไปตามเวลา น่าเสพกว่า

นอกจากนี้ เทคโนโลยี เช่น การพิมพ์ กล้องถ่ายรูป หรือคอมพิวเตอร์ ยังทำให้ผลงานจิตรกรรมมีค่าน้อยลง เพราะ copy ออกมาเยอะๆ ได้ ที่สำคัญกว่านั้นคือ มันทำให้กลายเป็นเรื่องชินตา คนสมัยก่อนเห็นภาพวาดของแลมบร้านซ์ จะช็อคมาก ว่าทำไมมันเหมือนขนาดนั้น เพราะสมัยก่อนไม่มีกล้องถ่ายรูป แต่สมัยนี้ไม่ว่าภาพเขียนจะสวยแค่ไหน เราก็ copy มาดูกันจนชินตาไปหมดแล้ว

คนที่คิดจะเอาดีทางจิตรกรรมจึงมีโอกาสประสบความสำเร็จน้อยมาก ตลาดคนเสพจิตรกรรมเล็กกว่าศิลปะชนิดอื่นๆ มาก เรียกได้ว่าแทบจะตายไปแล้ว สุดท้ายแล้ว ถ้าไม่เป็นช่างวาดรูปเหมือนตามสะพานพุทธ​ ก็อาจจะต้องผันตัวไปทำกรอบรูปขาย เพราะที่ว่างสำหรับอาชีพนี้มีน้อยจริงๆ

การที่มีคนเสพจิตรกรรมเป็นศิลปะจริงๆ มีน้อยมาก ทำให้จำเป็นต้องดึงดูดคนกลุ่มอื่นให้มาสนใจด้วย เพื่อให้ตลาดใหญ่ขึ้น วิธีการหนึ่งที่พบเห็นได้คือ การโหนศาสนา หรือไม่ก็สถาบัน เพราะถ้าวาดรูปพวกนี้ จะมีคนสนใจมากกว่า และเป็นบันไดที่จะนำไปสู่การได้รับรางวัลมากกว่า แต่ได้เพราะศาสนา ไม่ใช่ได้เพราะศิลปะ per se รูปพระรูปเจ้าจะขายง่ายกว่ารูปที่วาดเพื่อศิลปะจริงๆ เพราะคนเข้าใจจิตรกรรมจริงๆ มีน้อย หรือบางคนก็แค่ซื้อรูปไปแต่งบ้านเพื่อแสดงฐานะการเงินเท่านั้น คนกลุ่มนี้มีกำลังสูงเสียด้วย

หรือมิฉะนั้นก็ต้องขาย “รูปแบบ” มากกว่า “เนื้อหา” เช่น ขายตัวตนที่มีบุคลิกที่น่าสนใจ แต่งตัวแปลกๆ ทำท่าทางแปลกๆ คนที่สนใจที่รูปแบบมากกว่าเนื้อหาจะได้หันมาสนใจ ถ้าเขาชอบที่ตัวศิลปิน ไม่ว่าศิลปินจะวาดอะไรออกมา พวกเขาก็จะชอบไปหมด มีชื่อเสียงแล้ว จะทำงานอะไรออกมาก็ขายได้ จะจ้างคนอื่นมาวาด แล้วเซ็นชื่ออย่างเดียวก็ยังได้ นี่ก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง

ยิ่งถ้าโหนศาสนาด้วย ขายตัวตนด้วย โอกาสประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงก็ยิ่งเป็นสองเด้งเลยครับ   

Share

ออกแบบ Layout ห้องในอุดมคติ

ห้องที่ดีนอกจากหน้าต่างควรหันไปทางทิศตะวันออกหรือทิศใต้แล้ว (เพื่อให้แดดไม่ร้อน) ยังมีอย่างอื่นให้ต้องคิดอีกเหมือนกัน

หน้าต่างเป็นส่วนที่มีค่ามากของห้อง เพราะเป็นที่แสงธรรมชาติส่องถึง แสงธรรมชาติอ่านหนังสือสบายตาที่สุด ดังนั้นห้องที่ดีควรนั่งอ่านหนังสือหรือนั่งทำงานโดยใช้แสงธรรมชาติอย่างเดียวได้เลย ทำให้โต๊ะทำงานควรจะอยู่ใกล้หน้าต่าง และให้แสงเข้าด้านข้างเวลาอ่านหนังสือหรือนั่งทำงานด้วยจะดีที่สุด

และทีวีและจอคอมพิวเตอร์ไม่ควรหันเข้าหาหน้าต่าง เพราะแสงสะท้อนมากทำให้มองจอไม่ชัด มิฉะนั้นก็ต้องมีม่าน ซึ่งทำให้ต้องคอยปิดเปิดม่านตลอดเวลาจะดูทีวี แสงจากหน้าต่างจึงควรจะเข้าด้านข้างทีวีและจอคอมพิวเตอร์ด้วย

คอนโดหลายแห่งชอบเอาห้องน้ำมาไว้ฝั่งด้านนอกตึก ไม่รู้ทำไม เสียพื้นที่สำหรับหน้าต่างเปล่าๆ ผมว่าห้องโรงแรมออกแบบได้ดีกว่า เพราะห้องน้ำของโรงแรมมักอยู่ฝั่งทางเดิน ข้างๆ ประตู น่าจะเป็นการใช้ประโยชน์พื้นที่ได้ดีที่สุด

ถ้าคิดถึงประเด็นเหล่านี้ทั้งหมด ห้องในอุดมคติก็น่าจะมี Layout ออกมาเป็นแบบนี้

ผมชอบเอาโต๊ะทำงานหันไปทางทีวีมากกว่าจะหันเข้ากำแพง เพราะว่าเวลาทำงานจะได้ไม่อึดอัด และยังดูทีวีไปด้วย ทำงานไปด้วยก็ได้ (ถ้าจะทำ) โดยส่วนตัวชอบโต๊ะทำงานใหญ่ๆ เช่น เป็นม้านั่งยาวไปเลย ยิ่งน่าใช้

ถ้าเป็นห้องนอนก็ใช้หลักเดียวกัน หน้าต่างควรหันเข้าด้านข้างของเตียง เพราะถ้าจะวางทีวีไว้ที่ฝั่งปลายเตียง แสงจะได้ไม่สะท้อนทีวี    

Share