Skip to content →

Category: ปรัชญา

ส่ิงที่สำคัญกว่าความรู้

ความรู้สำคัญระดับหนึ่งนะ แต่มีอย่างอื่นที่สำคัญกว่าความรู้

สตีฟ จ็อบส์ เขียนโปรแกรมไม่เป็นนะ แต่เขาก็สามารถหาโปรแกรมเมอร์ที่เก่งมาทำสิ่งที่เขาต้องการได้

ผู้นำสูงสุดของประเทศก็ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่อง สามารถมีทีมงาน มีที่ปรึกษาได้ แต่ผู้นำที่ดี ฟังคำแนะนำของผู้รู้แล้ว จะต้องมีความสามารถในการตัดสินใจว่า จะเชื่อดีหรือไม่ สมเหตุสมผลหรือไม่ ทำยังไงถึงจะไม่เป็นคนหูเบา ฯลฯ ทักษะในการรู้จักแยกแยะ คิดเป็นเหตุเป็นผล เป็นอะไรที่สำคัญมากกว่าความรู้ซะอีก

ทักษะอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญมากคือ ความเป็นคนรู้จักริเริ่ม ไม่ใช่รอให้คนอื่นมาสั่งหรือมาบอกว่าจะต้องทำอะไรบ้าง แต่วางแผนได้เอง บอกตัวเองได้ว่าควรจะต้องทำอะไรบ้าง หนึ่ง สอง สาม เป็นคุณสมบัติที่สำคัญมากเลย บางคนขยันเว่อๆ อึดฉิบหาย แต่ไม่รู้ว่าจะต้องขยันทำอะไรบ้างถึงจะไปสู่จุดหมายที่ต้องการได้ ต้องรอให้คนมาบอก แบบนี้เหมาะจะเป็นได้แค่ลูกจ้างไปตลอดชีวิตนั่นแหละ 

Leave a Comment

คำแนะนำ ที่ถูกต้องที่สุด vs ที่ใช้การได้

คนเราชอบมองหาคำแนะนำที่ “ถูกต้องที่สุด” 

ตอนเด็กๆ เวลาอ่านสัมภาษณ์เด็กที่สอบได้ที่หนึ่งเหรียญทอง ถ้าพิธีกรถามว่า เคล็ดลับที่ทำให้เรียนเก่งคืออะไร คำตอบที่ได้ยินโคตรบ่อยเลยก็คือ ให้ตั้งใจเรียนเวลาอยู่ในห้องก็พอแล้ว

เชื่อนะว่าเป็นวิธีที่ถูกต้องที่สุด และเชื่อนะว่าเค้าไม่ได้หลอก หรือแกล้งพูดให้ดูดี มันน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กที่สอบได้ที่หนึ่งประสบความสำเร็จจริงๆ

แต่ที่ไม่ค่อยแน่ใจก็คือว่า เด็กอื่นๆ ทั่วไปเอาคำแนะนำนี้ไปใช้แล้วจะประสบความสำเร็จแบบเดียวกันรึเปล่า

นักลงทุนก็เหมือนกัน เราชอบไปล้วงเคล็ดลับของเซียนหุ้นระดับแสนล้านว่าเขามีเคล็ดลับอย่างไร เพื่อว่าเราจะได้ทำตามบ้าง แล้วก็จะได้รวยแสนล้านเหมือนกัน แต่ก็ไม่แน่ใจว่า ถ้าคนส่วนใหญ่ใช้วิธีเดียวกันกับเซียนหุ้นแล้วจะประสบความสำเร็จได้เหมือนกันหรือเปล่า

ชอบปีเตอร์ ลินซ์อย่างหนึ่งตรงที่ เขาจะแยกคำแนะนำสำหรับนักลงทุนทั่วๆ ไป กับวิธีการของเขาซึ่งเป็นคนที่ทำเป็นอาชีพ ออกจากกันอย่างชัดเจน ในหนังสือ One Up on Wall Street นั้น เขาไม่ได้บอกว่า ตัวเขาบริหารกองทุนอย่างไร แล้วบอกให้ทุกคนทำให้เหมือนเขา แต่เขาแนะนำว่า คนธรรมดาๆ ควรลงทุนแบบไหน ส่วนคำแนะนำสำหรับผู้จัดการกองทุนนั้น เขาแยกออกมาพูดไว้ในหนังสือ Beat the Street ต่างหากอีกเล่มหนึ่ง

เป็นการให้คำแนะนำโดยคำนึงถึงผู้ปฏิบัติด้วย ไม่ใช่บอกว่าคำแนะนำแบบหนึ่งถูกต้องที่สุด แล้วพยายามให้ทุกคนพยายามปรับตัวเองเข้ากับคำแนะนำนั้นให้ได้ บางทีคนที่พยายามใช้วิธีการของเซียนหุ้นแสนล้านอยู่ ผ่านไปสามสิบปีแล้วก็ยังไม่ถึงขั้น แต่คนที่ใช้วิธีการง่ายๆ สำหรับคนที่ไม่ต้องมีอะไรบางอย่างที่พิเศษกว่าคนอื่น อาจจะทำผลตอบแทนแซงไปไกลแล้ว

One Comment

ความหวังของคนแต่ละวัย

คนเรานอกจากปัจจัยสี่แล้วก็ต้องมี “ความหวัง” ด้วย

เพราะ ความหวัง ช่วยให้เกิด คุณค่าของการมีชีวิตอยู่ เหมือนมีอะไรบางอย่างที่มีคุณค่าและมีความหมาย รอคอยเราอยู่ข้างหน้า หากขาดความหวัง เราจะรู้สึกว่าชีวิตว่างเปล่า เบื่อโลกเอาง่ายๆ

และดูเหมือนสังคมจะออกแบบความหวังมาให้เราแบบสำเร็จรูป เพื่อให้เราไม่ต้องเสียเวลามานั่งคิดหาความหมายของชีวิต แค่ทำตามสูตรสำเร็จของสังคมไปเรื่อยๆ ก็ได้ ง่ายดี

ความหวังตอนวัยเด็กก็คงเป็นเรื่องการศึกษา เด็กๆ หวังว่าจะได้จบปริญญาในที่สุด การได้เข้าเรียนในคณะที่ใฝ่ฝัน ดูเป็นความฝันอันสูงสุดของวัยเด็ก วันสอบวันสุดท้ายตอนปีสี่ ถ้าหากใครยังไม่มีงานรองรับ วันที่เดินออกจากห้องสอบมา บางทีจะรู้สึกว่ามันโหวงเหวง เหมือนขาดสิ่งยึดเหนี่ยว เพราะว่าไม่มีเรื่องเรียนให้หวังต่อไปอีกเหมือนชีวิตเคยที่ผ่านมา

พอเรียนจบปริญญา เริ่มต้นเข้าสู่วัยทำงาน เงินเดือนกลายมาเป็นความหวังอันใหม่ให้ได้ใฝ่ฝันกันต่อไป เราอยากได้เงินเดือนที่มากขึ้นเรื่อยๆ เป็นแรงกระตุ้นให้เราพยายาม ในช่วงนี้ถ้าใครบังเอิญชีวิตผกผัน เลิกทำงานประจำออกมาเริ่มต้นธุรกิจเอง ไม่ว่าจะสมัครใจหรือจำเป็น อาจรู้สึกเหวงๆ ได้อีกเช่นกัน เพราะรู้สึกขาดสิ่งยึดเหนี่ยวนั่นก็คือ งานประจำและเงินเดือนที่แน่นอนนั่นเอง

พอวัยสักสามสิบ การขึ้นเงินเดือนก็เริ่มเป็นแรงกระตุ้นที่ใช้ไม่ได้ผล ไม่ใช่เพราะไม่อยากได้เงินเดือนมากขึ้น แต่เพราะส่วนใหญ่จะพอเข้าใจแล้วว่า เรามีอนาคตแค่ไหนในบริษัท ถ้าไม่ใช่คนที่เก่งมากจริงๆ เงินเดือนก็จะเริ่มตันๆ ประกอบกับอายุที่มากขึ้นก็ทำให้ไม่อาจลุยได้เหมือนก่อน ตอนนี้ความหวังน่าจะเริ่มย้ายมาอยู่ที่ครอบครัวแทน เมื่อไรจะมีบ้านเป็นของตัวเอง และพอมีลูกคราวนี้ความหวังจะมาอยู่ที่ลูกแทน ทุกอย่างจะทำให้ลูกได้เลย อยากให้ลูกได้เรียนสูงๆ เจริญก้าวหน้ามากกว่าเรา ฯลฯ ถ้าใครถึงวัยนี้แล้ว ยังไม่มีลูก บางทีก็จะรู้สึกเหวงๆ เอาได้

พอลูกเริ่มโต เป้าหมายของเราก็จะเริ่มเปลี่ยนไปอีก เพราะลูกจะเริ่มเป็นตัวของตัวเอง และไปมีครอบครัวเป็นของตัวเองแล้ว เราจะไปเจ้ากี้เจ้าการ เหมือนกับเป็นสมบัติของเราไม่ได้อีกต่อไป คนแก่ก็จะเริ่มหาเป้าหมายใหม่ให้ชีวิต ด้วยการหันไปสนใจเรื่องการทำบุญทำทาน เพราะหวังว่าจะมีชีวิตที่ดีในโลกหน้า เดี๋ยวนี้เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมคนแก่ถึงชอบเข้าวัด ชอบไปทำบุญ มากกว่าอย่างอื่น เพราะว่าเป็นความหวังอันใหม่ที่จะต้องหามาแทนที่เรื่องลูกหลาน ซึ่งคอนเซ็ปท์เรื่องบุญบาป ชาตินี้ ชาติหน้า เป็นสิ่งที่มาตอบโจทย์ตรงนี้ได้เป็นอย่างดี นั่นก็เพือให้คนเรามีเรื่องให้หวังต่อไปเรื่อยๆ ชีวิตในช่วงบั้นปลายจะได้ยังรู้สึกว่ามีความหมายต่อไปอีกนั่นเอง

คนที่รวยมากๆ บางคนต้องหันเป็นเล่นการเมือง เพราะว่าเงินอาจจะสร้างแรงกระตุ้นให้เขาไม่ได้อีกต่อไป เนื่องจากมีเยอะแล้ว ซึ่งอันนี้แล้วแต่คน บางคนรวยแล้วก็ยังอยากรวยขึ้นไปอีกเรื่อยๆ แต่บางคนรวยถึงจุดหนึ่ง จะไม่ค่อยตื่นเต้นกับเงินที่มากขึ้นอีกต่อไป จึงต้องหาอย่างอื่น มาช่วยผลักดันตัวเองแทน ซึ่งก็คือ ชื่อเสียงหรืออำนาจ ทำให้ต้องเป็นเล่นการเมือง หรือบางคนที่มีชื่อเสียงมากอยู่แล้ว ก็อาจจะหนีไปทำงานสังคมสงเคราะห์แทน ตัวอย่างเช่น บิล เกตต์ สิ่งที่เขาต้องการจากมูลนิธิก็คงจะเป็นความรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า เพราะอุทิศตัวเพื่อสังคม เป็นแรงจูงใจอย่างใหม่ที่มาแทน เงินหรือชื่อเสียง ซึ่งเริ่มกระตุ้น บิล เกตต์ ไม่ได้แล้ว

สรุปแล้ว ทุกคนต้องมีความหวังที่คอยกระตุ้นตัวเองให้พุ่งไปข้างหน้าต่อไปเรื่อยๆ แล้วแต่ว่าความหวังแบบไหนที่จะใช้ได้ผลกับคนๆ นั้น แต่ต้องมีไปเรื่อยๆ คนที่บอกว่าตัวเองมีความสุขได้โดยที่ไม่ต้องหวังอะไรเลยนั้น ถ้าไม่ได้กำลังหลอกตัวเองอยู่ ก็คงเป็นพวกพระอรหันต์ แต่ส่วนใหญ่คิดว่าน่าจะเป็นพวกแรกมากกว่า

5 Comments

สงสาร Sylvester

tweety_silvester_21

ไม่รู้มีใครรู้สึกเหมือนผมหรือเปล่าว่าในเรื่องทวีตตี้ Sylvester คือตัวละครที่น่าเห็นอกเห็นใจมากที่สุดในเรื่อง กี่ตอนต่อกี่ตอนมันถูก Tweety กระทำทารุณกรรมต่างๆ นานา อย่างโหดเหี้ยม โดยที่ Sylvester ไม่อาจตอบโต้ได้เลย

จริงอยู่ที่ Sylvester คิดทำร้ายทวีตตี้ก่อน แต่ Continue reading สงสาร Sylvester

3 Comments

พุทธ vs ฮินดู

ตอนเรียนชั้นมัธยมจะโดนสอนมาว่า ฮินดู สอนให้กราบไหว้เทพเจ้า เป็นเรื่องของความงมงาย แต่พุทธจะเป็นหลักของเหตุและผลมากกว่า พูดง่ายๆ ก็คือ จะบอกว่า พุทธเจ๋งกว่านั่นแหละ Continue reading พุทธ vs ฮินดู

3 Comments

dominating democracy

ประชาธิปไตย ดูเป็นระบอบการปกครองที่ dominate ระบอบการปกครองอื่นๆ ได้หมดแล้วในโลกปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากสหภาพโซเวียดล่มสลายและจีนรุ่งเรืองได้ด้วยการเบนเข็มออกจากอุดมการณ์คอมมิวนิสต์ Continue reading dominating democracy

One Comment

ซ้ายขวามาเจอกัน

ในทางจิตวิทยารัฐศาสตร์ เขาบอกว่า คนที่มีความคิดแบบซ้ายจัดกับขวาจัดนั้น ที่จริงแล้วพวกเขาเป็นคนประเภทเดียวกัน เพียงแต่เชื่อคนละอย่างกันเท่านั้นเอง

ลักษณะที่ร่วมกันของคนที่ซ้ายจัดและขวาจัดก็คือ 1 ) นิยมความรุนแรง 2 ) ใช้อารมณ์เหนือเหตุผล และ 3) ชอบบังคับคนอื่นให้เชื่อเหมือนกับตัวเอง Continue reading ซ้ายขวามาเจอกัน

Leave a Comment